18/5/2009

ดูหนังแล้วเล่าเรื่อง : ไอ้หนุ่มซินตึ้ง VS นางฟ้าซามูไร และ บรู๊ซ ลี VS เฉินหลง



วันนี้ดูหนังเรื่อง "ไอ้หนุ่มซินตึ้ง" ที่ "บรู๊ซ ลี" แสดงนำ เห็นฉากในหนังแ้ล้วคุ้นตา ทั้งสภาพบ้านเรือน โรงสี ตลาด น่าจะเป็นการถ่ายทำในเมืองไทย ก็เลยลองค้นหาดูข้อมูลจากกูเกิล พบว่า...

หนังเรื่อง "ไอ้หนุ่มซินตึ้ง" (ชื่อเรื่องในฮ่องกง THE BIG BOSS หรือ Fists of Fury ชื่อเรื่องที่เข้าฉายในอเมริกา) ทีมงานจากฮ่องกงได้มาถ่ายทำที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมืองไทยของเรานี่เอง


พล็อตเรื่องไอ้หนุ่มซินตึ้ง

เรื่องย่อมีอยู่ว่า... อาเจิ้น (บรู๊ซ ลี) มังกรหนุ่มจากเมืองจีน เดินทางมาหางานทำในเมืองไทย โดยได้อาสี่คอยดูแลฝากงานให้ในโรงงานน้ำแข็ง ต่อมาอาสี่แอบรู้ว่าเถ้าแก่โรงน้ำแข็งแอบค้าผงขาว จึงถูกฆ่าปิดปาก เจิ้นรู้ความจริง จึงตามปิดบัญชีแค้น ทั้งที่รู้ว่ามีอันตรายมากมายอยู่ข้างหน้า

อ้างอิง : www.siamzone.com



ไอ้หนุ่มซินตึ้ง VS นางฟ้าซามูไร



ระหว่างที่กำลังค้นหาข้อมูล ก็พบข้อมูลเกร็ดความรู้เล็กๆ ว่า...

ก่อนที่บรู๊ซ ลี จะเดินทางมาแสดงเรื่องนี้ ได้ถูกยกเลิกบทนำในหนังซีรี่ส์เรื่อง Kung Fu จากอเมริกา ซึ่งดาราคนที่เบียดเค้ากระเด็นข้ามโลกในครั้งนั้นไม่ใช่คนอื่นคนไกล ชื่อ "เดวิด คาราดีน"

หรือหัวหน้าใหญ่ "บิล" ในเรื่องนางฟ้าซามูไร (Kill Bill) นั่นเอง

นางฟ้าซามูไร (Kill Bill) เป็นหนังลำดับ 4 ที่กำกับโดย เควนติน ทาแรนติโน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากหนังจีนแนวต่อสู้สไตล์เดียวกับหนังที่บรู๊ซ ลี แสดงนำ ที่เห็นเด่นชัดที่สุดก็คือ "ชุดเหลือง" ที่นางเอก (อูม่า เธอร์แมน) สวมใส่นั่นเอง


หนังทั้งสองเรื่อง ได้ดำเนินเรื่องอย่างเข้มข้น มีฉากบู๊ต่อสู้กันอย่างรุนแรง มีการฆ่ากันล้างครอบครัว ประมาณว่าผู้ร้ายเลือดตกยางออกตายกันเป็นเบือ ที่แตกต่างกันอย่างแน่ๆ ก็คือ หนังเรื่อง "ไอ้หนุ่มซินตึ้ง" เป็นหนังทุนต่ำถ่ายทำในไทย แต่หนังเรื่อง "นางฟ้าซามูไร" ถ่ายทำหลายประเทศและใช้ต้นทุนที่สูงกว่าเยอะ

ฉากประทับใจของเรื่อง "ไอ้หนุ่มซินตึ้ง" อยู่ที่การต่อสู้ระหว่างพระเอกกับแกงค์ยาเสพติดในโรงน้ำแข็ง ส่วนเรื่อง "นางฟ้าซามูไร" อยู่ที่ฉากการต่อสู้ในบ้านใบไม้สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นที่โอเรนกับสมาชิกแก็งค์ 88 ชอบมาสังสรรค์กัน


บรู๊ซ ลี VS เฉินหลง



บรู๊ซ ลี มีชื่อจริงว่า "หลี่ เสี่ยวหลง" เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 1940 (เสียชีวิตแล้ว) ส่วน เฉินหลง นั้น มีชื่อจริงว่า "เฉิน ก่างเซิง หรือ แจ๊กกี้ ชาน" เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 1954 (อายุ 55 ปี)

พื้นเพวัยเด็กของ บรู๊ซ ลี ค่อนข้างมีฐานะดีมาก อุปนิสัยตรงไปตรงมา ก้าวร้าว เชื่อมั่นในตัวเองสูง ส่วน เฉินหลง นั้นยากจน เคยมาทำงานอยู่ที่ย่านเยาวราชเมื่อสมัยเด็ก มีความอ่อนน้อมถ่อมตนกว่า อารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ แต่ทั้งสองคนคือเพชรเม็ดงาม เป็นซูเปอร์สตาร์ที่มีคนรู้จักกันทั่วโลกเหมือนๆ กัน

หนังเรื่องแรกของ บรู๊ซ ลี ที่ผมดูแล้วประทับใจคือเรื่อง "ไอ้หนุ่มซินตึ้ง เกมมังกร" ใส่ชุดเหลืองควงกระบองสองท่อน คำรามเสียงแหลม ปาดจมูกและทำหน้าตากวนโอ๊ย และถ้าหนังเรื่องแรกของ เฉินหลง ที่ประทับใจ ก็คือ เรื่อง "ไอ้หนุ่มหมัดเมา"

ทำให้เด็กๆ สมัยกระโน้น ทำท่า "หมัดเมา" และรู้จัก "ท่านั่งร้าน" กันทุกคน

ปล. คงต้องแก้ไขบทความและเพิ่มรูปประกอบอีกนิดหน่อย ตอนนี้ขอบันทึกและเผยแพร่บทความไปก่อนนะครับ กลัวว่าไฟจะดับไปเสียก่อน แหะๆ

17/5/2009

ฉลองผู้ชมบล็อกครบหมื่นคนแล้วจ้า!!

นับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2551 ได้สมัครใช้ตัวนับ (Counter) จากเว็บ ฺBravenet.com (Bravenet Free Counter) มาถึงวันนี้ก็เกือบครบ 1 ปีแล้ว โดยกำหนดนับผู้เยี่ยมชมบล็อกนี้เฉพาะไอพีที่แตกต่างกันในรอบวัน


ขอเขียนบล็อก entry นี้ เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาส "ผู้ชมบล็อกครบ 10,000 คน" นะครับ



(ขอยืมรูปที่ ท่านอาร์ม นำมาฝากที่กล่องเมาส์หน่อยนะ)

รูปข้างบนนี้จะสื่อความหมายว่า ผมจะเขียนบล็อกต่อไปอีกนานแสนนาน ขอเพียงมีผู้เยี่ยมชมแวะเวียนเข้ามาให้กำัลังใจกัน ก็ชื่นใจแล้ว

และถึงแม้บล็อกนี้จะไม่มีบทความเด่นอะไรนัก แต่ก็จะพยายามปั่นบทความในมุมมองของผมที่มีสาระประโยชน์ให้มากขึ้นนะครับ


ขอบคุณท่านผู้เยี่ยมชมทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

11/5/2009

RAM : ใช้แรมยี่ห้ออะไร รุ่นไหน ขนาดกี่เม็ก เป็น ddr หรือ ddr2?

เครื่องคอมพิวเตอร์ในแต่ละเครื่องจะใช้แรมไม่เหมือนกัน และในท้องตลาดจะมีแรมที่มักใช้กันอยู่ 3-4 ชนิด ได้แก่ SD-RAM, DDR-Ram, DDR-2 และ DDR-3 ที่เป็นแรมรุ่นใหม่ ซึ่งจะมีความเร็วแตกต่างกันไป

แถมแต่ละยี่ห้อยังมีชื่อเสียงแตกต่างกัน!!

แรม (RAM: Random Access Memory หน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่ม หรือหน่วยความจำชั่วคราว) เป็นหน่วยความจำหลัก ที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ยุค ปัจจุบัน หน่วยความจำชนิดนี้ อนุญาตให้เขียนและอ่านข้อมูลได้ในตำแหน่งต่างๆ อย่างอิสระ และรวดเร็วพอสมควร ซึ่งต่างจากสื่อเก็บข้อมูลชนิดอื่นๆ ที่มีข้อจำกัดในการอ่านและเขียนข้อมูล ที่ต้องทำตามลำดับก่อนหลังตามที่จัดเก็บไว้ในสื่อ หรือมีข้อกำจัดแบบรอม ที่อนุญาตให้อ่านเพียงอย่างเดียว

อ้างอิง : th.wikipedia.org/wiki/แรม


แล้วจะมีทางใดได้บ้าง? ที่สามารถตรวจสอบแรมของเราได้อย่างง่ายๆ!!


วิธีที่เบสิคที่สุด (System Properties)

วิธีการตรวจเช็คแรมเบื้องต้นที่ง่ายที่สุด เบสิคที่สุด และเสียเวลาน้อยที่สุด ก็คือการเช็คจาก System Properties ของวินโดว์เอง ซึ่งจะทำให้ทราบเพียงแค่ "มีแรมเท่าไร?" หรือ "มีแรมกี่เม็ก?" มีขั้นตอนดังนี้

1. คลิกขวาที่ My Computer > Properties



2. ที่แท็บ General ให้ดูรายละเอียดของแรมที่แจ้งเอาไว้



หมายเหตุ : วินโดว์รุ่นโมพิเศษตระกูล Dark Edition ก็จะมีหน้าตาแบบนี้ครับ



วิธีที่สอง เข้าทางคอนโทรลพาเนล (Control Panel)

วิธีการก็จะเหมือนกับวิธีแรก เพียงแต่ผ่านขั้นตอนไปยัง Control Panel > System แทนการคลิกขวาที่ My Computer ผลลัพธ์ที่ได้ ก็จะเหมือนกัน คือ ทราบแค่เพียงว่า "มีแรมเท่าไร?"

1. คลิกที่ Start > Control Panel



2. เลือกมุมมองแบบคลาสสิค > ดับเบิลคลิกที่ System



หมายเหตุ : ที่แท็บ General ให้ดูรายละเอียดของแรมที่แจ้งเอาไว้



วิธีที่สาม ใช้โปรแกรม CPU-Z

โปรแกรม CPU-Z จาก www.cpuid.com เป็นยูทิลิตี้เล็กๆ แต่ทรงประสิทธิภาพมาก จะบอกรายละเอียดที่ตรวจพบทั้ง ซีพียู แคช เมนบอร์ด และแรม แต่ในที่นี้ผมจะกล่าวถึงรายละเอียดที่เกี่ยวกับแรม ดูได้จากรูปข้างล่างนี้ครับ

แท็บ Memory



  • Type : ชนิดของแรมที่เราใช้
  • Size : ขนาดของแรม (หน่วยเป็น MB)

แท็บ SPD



  • Memory Slot Selection : เลือกเช็คแรมตามสล็อตที่เสียบเอาไว้
  • Module Size : บอกว่าแรมแผงนั้นขนาดเท่าไร
  • Max Bandwidth : บอกความเร็วแรมที่กำหนดไว้
  • Manufacturer : บอกยี่ห้อ/บริษัทผู้ผลิต
อ่านมาถึง ณ ตรงนี้ ก็หวังว่าท่านผู้อ่านคงพอจะรู้วิธีการตรวจเช็คแรมแบบง่ายๆ ด้วยตัวเองแล้วนะครับ หากยังไม่ได้โหลด CPU-Z ก็ "คลิกโหลดได้ที่นี่" แตกไฟล์ออกมาก็สามารถใช้งานได้เลย ไม่ต้องติดตั้งแต่ประการใด

ต่อไปใครจะถามเราว่า... เครื่องของนายใช้แรมรุ่นไหน? ขนาดแรมในเครื่องรวมเท่าไร? ใช้แรมกี่ตัว(กี่แผง)? ใช้แรมยี่ห้อไหน? แรมความเร็วเท่าไร? ตานี้คงตอบได้แล้วนะ


Reference and Thanks : http://www.cpuid.com

4/5/2009

FriendOrFollow : ตรวจเช็ค ใครที่ยังไม่ได้ follow เรากลับบ้าง? เรายังไม่ได้ follow ใครกลับบ้าง? เพื่อนเราคนไหนบ้าง? ในทวีตเตอร์



หากเราใช้งาน Twitter บางครั้งเราก็อยากตรวจเช็คว่าลืมเพิ่มการติดตามข่าวสาร (following) ของเพื่อนคนไหนไปบ้าง? หรืออยากรู้ว่าเพื่อนคนไหนยังไม่ได้ติดตามข่าวสาร (followers) ของเรา? มีหลายเว็บไซต์ที่ให้บริการเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง : ทวีตเตอร์ (twitter) ในความเข้าใจของผม | Twitter Friends Widget แสดงรายชื่อเพื่อนในทวีตเตอร์



แนะนำเว็บ FriendOrFollow.com

FriendOrFollow.com ที่จะมาแนะนำในวันนี้ เป็นเว็บบริการตรวจเช็คทำให้ทราบว่า ใครที่ยังไม่ได้ follow เรากลับบ้าง? เรายังไม่ได้ follow ใครกลับบ้าง? และมีเพื่อนเราคนไหนบ้างในทวีตเตอร์? มีวิธีการตรวจเช็คง่ายๆ ดังนี้

1. เข้าไปที่เว็บ FriendOrFollow.com
2. กรอกไอดีทวีตเตอร์ของเรา แล้วคลิกที่ Submit
3. เมื่อเข้าไปแล้ว จะพบหน้าเพจที่ให้ข้อมูล 3 แท็บ ดังนี้



  • following : แสดงรายชื่อเพื่อนที่ยังไม่ได้ follow เรากลับ
  • fan : แสดงรายชื่อคนที่เรายังไม่ได้ follow เค้ากลับ
  • friends : ทั้งเราและเค้า follow ซึ่งกันและกันเรียบร้อยแล้ว


มีหลากหลายเหตุผลที่เราอาจจะไม่ติดตามข่าวสาร (following) ของคนที่มาติดตามข่าวสาร (followers) ของเรา เช่น อาจจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ไม่อยากรับรู้ความเป็นไปเป็นมาของคนนั้น ฯลฯ

เมื่อใช้บริการของ FriendOrFollow.com แล้วก็จะทำให้เรารู้ว่า ไผเป็นไผ? ได้อย่างง่ายดายแล้วล่ะ

แต่ตามมารยาทแล้ว หากมีคนมาติดตามของเรา เราก็ควรติดตามข่าวสารของเค้ากลับไป นอกเหนือไปจากเรื่องของมารยาทแล้ว ยังถือว่าเป็นอีกช่องทางนึงในการกระจายข่าวสารของเราสู่โลกกว้าง



Reference and Thanks : FriendOrFollow.com

Twitter Friends Widget : แสดงรายชื่อเพื่อนในทวีตเตอร์



Twitter Friend Widget เป็นเครื่องมือประดับบล็อกที่สามารถแสดงรายชื่อเพื่อนใน ทวีตเตอร์ หรือนำไปตกแต่งเว็บไซต์ก็ได้ เพียงแค่กรอกชื่อไอดีลงไป แล้วนำโค้ดที่ได้มาใช้งาน

ทวีตเตอร์ (twitter.com) เป็นเว็บบริการออนไลน์ลักษณะ social network ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในทุกวันนี้ เมื่อเพิ่มรายชื่อเพื่อนเอาไว้เราจะสามารถติดตามข่าวสารของเค้าได้ตลอดเวลา ในบล็อกนี้ก็จะอินเทรนด์และพูดถึงอยู่บ่อยครั้งหน่อยนะครับ



มาดูข้อดีของ Twitter Friend Widget กันก่อนครับ

1. ง่าย ไม่ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม กรอกไอดีทวีตเตอร์แล้วนำโค้ดที่ได้มาใช้เลย
2. เป็นโค้ดแบบ HTML ดังนั้นจะเอาไปแปะบล็อกหรือเว็บไซต์ก็ได้
3. รักษาความเป็นส่วนตัวของเราเอาไว้ ไม่ต้องกรอกอีเมล์ ไม่ต้องสมัครก่อนใช้งาน พอเราได้โค้ดเอาไปใช้งาน ทางเว็บไซต์จะลบข้อมูลทุกอย่างทิ้งไป
4. รวดเร็วในการแสดงผล เพราะไม่ใช้จาวาสคริปส์ (JavaScript) หรือแฟลช (Flash) เหมือน Widget หรือ Gadget ทั่วไป


ขั้นตอนในการนำมาใช้งานในบล็อก

1. คลิกมาที่เว็บ www.widgetropolis.com ก่อน
2. เลื่อนไปดูข้างล่าง กรอกไอดีทวีตเตอร์ของเรา



3. คลิกที่ Get Code! เพื่อจะนำไปใช้งาน



4. นำโค้ดที่ได้ไปตกแต่งบล็อกหรือเว็บไซต์ในตำแหน่งที่ต้องการ


สำหรับผู้ใช้งาน Blogspot

5. การทำบล็อกที่ Blogspot นั้นจะเตรียมเครื่องมือในการแทรก Widget หรือ Gadget ไว้ที่เมนู "ปรับแต่ง" อยู่ที่มุมขวาบนของบล็อกเรานะครับ จากนั้นให้เลือก "รูปแบบ" > "องค์ประกอบของหน้า" > "เพิ่ม Gadget" ดังรูป



6. ที่ Gadget หมวดทั่วไป ให้เลือก HTML/จาวาสคริปส์



7. ตั้งชื่อ แทรกโค้ด แล้วสั่งบันทึก



8. ย้ายตำแหน่ง Gadget หรือ Twitter Friends Widget ไปตำแหน่งตามต้องการในบล็อก แล้วสั่งบันทึก




ส่้งท้ายบทความ

Twitter Friends Widget ตัวนี้เอาไว้ตกแต่งบล็อก และจะแสดงรายชื่อเพื่อนของเราเท่านั้นนะครับ คนอ่านบล็อกจะไม่สามารถคลิกไปติดต่อโดยตรงกับเพื่อนเราได้ ดังที่ผมบอกเอาไว้ในข้างต้นว่า เว็บนี้เค้าถือสาเรื่องความเป็นส่วนตัวมาก

สำหรับท่านผู้อ่านที่ไม่มีเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกส่วนตัว จะไม่ลองสร้างพื้นที่ส่วนตัวของเราเอาไว้ซักหน่อยหรือครับ?

ผมว่าที่ Blogspot.com ก็ไม่เลวนะ ง่ายดี ลูกเล่นพอสมควร


Reference and Thanks : widgetropolis.com | twitter.com | Blogspot.com